Lisianthus

Lisianthus 





-ความทรงจำ-

  ที่รัก...
  คุณยังงดงามอยู่เสมอ
  คุณตราตรึงผมไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอด้วยความงามของคุณ
  ผมพร่ำเพ้อหาคุณทุกค่ำคืนด้วยความโหยหา
  แต่คุณก็เหมือนผีเสื้อที่เย้ายวนให้เข้าใกล้แล้วก็บินหนีทุกครั้งที่ผมพยายามยื่นนิ้วออกไปสัมผัส
  บอกผมทีสิว่าผมต้องทำอย่างไรคุณถึงจะหยุดบินหนีแล้วยอมมาเกาะอยู่ที่ปลายนิ้วของผม
  เจ้าผีเสื้อน้อยแสนสวย
  บอกผมทีสิว่าทำอย่างไรผมถึงจะได้ครอบครองรอยยิ้มอ่อนหวานของคุณแค่เพียงคนเดียว
  โอ้ที่รัก....
   ได้โปรดเอ่ยมันออกมาเถิด
  เพียงแค่คุณเอ่ยปาก
  ผมจะทำให้คำปรารถนาของคุณเป็นความจริง
  อย่าปฏิเสธความรักที่ผมมอบให้คุณเลย
  เพราะถึงคุณไม่เรียกร้อง
  ผมก็พร้อมจะมอบหัวใจให้แด่คุณ

  “คุณเร็นเธอสั่งให้คุณมินฮยอนรอที่ห้องรับแขกก่อนน่ะค่ะ”
  ผมพยักหน้าตอบรับขณะถอดหมวก หลายปีมาแล้วที่ผมเข้าออกบ้านหลังนี้ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง 
  บ้านของคุณเร็นเป็นบ้านแบบญี่ปุ่นโบราญดูแปลกตาท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างสไตล์ยุโรป แต่ช่างเข้ากับเธอเหลือเกิน ครั้งแรกที่ผมพบเธอก็รับรู้ได้ว่าเธอน่าค้นหา และผมก็ตกหลุมรักดวงตากลมโตสีดำสุกใสราวกับมีดวงดาวนับล้านสว่างอยู่ในดวงตาคู่นั้น 

  “คุณมินฮยอน...กลับมาแล้วหรือครับ?” เสียงคุณเร็นดังมาจากทางด้านหลัง เรียกให้ผมหันไปหาอย่างไม่ต้องรีรอ
  วันนี้เธออยู่ในชุดทำสวน ใส่หมวกปีกกว้างเพื่อบดบังแสงแดดที่พร้อมจะทำอันตรายผิวละเอียดของเธอได้ทุกเมื่อ แต่แก้มกลมๆนั้นยังไม่พ้นมีสีแดงเรื่อบ่มแดดทำเอาผมละสายตาจากเธอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
  “หมอไม่ให้ตากแดดไม่ใช่หรือครับ” ผมถามขณะที่มองเธอส่งชาที่เพิ่งชงเสร็จมาให้ เมื่อเห็นว่าเธอไม่สนใจจะตอบคำถาม ผมก็เลือกที่จะเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน 
  “คุณแม่ให้เอาชาจากอังกฤษกับดอกไม้มาฝากครับ”
  “ไหนล่ะครับ?”พอไม่เห็นว่าผมถือช่อดอกไม้ติดมือมาด้วย คุณเร็นเธอก็ทำหน้าประหลาดใจ 
  “คงเอาเข้ามาในนี้ไม่ได้เพราะผมเอามาทั้งต้นให้คุณปลูกลงดินในสวน”
  แล้วรอยยิ้มของเธอก็ปรากฏบนใบหน้า “มีแต่คนให้ดอกไม้ เพิ่งมีแต่คุณนี่แหล่ะครับที่ให้มาทั้งต้น”
  ความงามของคุณเร็นเลื่องลือไปทั่วจนไม่ว่าใครก็อยากพบเห็น เสียแต่ว่าเธอเป็นคนเก็บตัวจึงมีน้อยคนนักที่จะเคยเห็นความงามด้วยสายตาตัวเอง ทุกครั้งที่มีคนถามถึงเธอผมจึงอดภูมิใจไม่ได้ที่ได้เป็นหนึ่งในส่วนน้อยนั้น
  “ว่าแต่เป็นดอกอะไรหรือครับ?”
  “ออกไปดูด้วยกันสิครับ”
  ผมยื่นมือให้คุณจับ
  สัมผัสอบอุ่นจากปลายนิ้วเล็กๆของคุณทำให้ผมใจเต้นเหมือนเป็นเด็กน้อยไม่รู้ประสากับความรัก
  และตอนที่ผมกุมมือคุณไว้...
  ผมก็ไม่อยากปล่อยมือคู่นี้แม้แต่วินาทีเดียว
  .
  .
  คุณเร็นชอบอยู่ในสวนมากกว่านั่งอยู่ในบ้าน
  ผมหวังว่าทุกครั้งที่เธอมองดอกไลเซนตัสที่ผมให้
อย่างน้อยเธอจะคิดถึงผมบ้างไม่มากก็น้อย 
  เพราะเพียงครั้งแรกที่ผมเห็นกลีบดอกบอบบาง แสนบริสุทธิ์ของมันก็นำพาให้ผมอดคิดถึงเธอไม่ได้เช่นกัน
  คนที่แม้แต่ชื่อยังมีความหมายเป็นดอกไม้ 
  คนที่บริสุทธิ์จนผมไม่กล้าดึงลงมาแปดเปื้อนกับจิตใจแสนสกปรกของผม
  “ใครปล่อยให้คุณออกมาจากบ้านคนเดียวครับ แล้วคนติดตามไปไหนกันหมด?” พอรู้ว่าเขามาหาผมที่บ้านเพียงคนเดียว ผมก็โกรธจนเก็บน้ำเสียงไว้ไม่อยู่
  “ผมโตแล้วนะครับ”
  เพราะโตแล้วน่ะสิ 
  ผมถึงไม่ไว้ใจใคร
  “มันอันตราย”
  เขาหัวเราะเสียงใสก่อนจะยื่นช่อดอกไลเซนตัสสีขาวส่งที่ถูกจัดอย่างสวยงามให้ผม แล้วก็นั่นล่ะ...ทำให้ผมหายหัวเสียไปสนิท
  “ผมรอคุณเกือบเดือน แต่ไม่เห็นคุณมา กลัวว่าดอกไม้จะร่วงเสียก่อนเลยอยากเอามาให้” 
  กี่ครั้งแล้วนะที่คุณทำให้หัวใจของผมชุ่มฉ่ำได้แบบนี้ แค่การกระทำง่ายๆไม่ได้พยายามมากมาย กลับทำให้หัวใจของผมพองฟูเหมือนมีใครเติมลมเข้าไปเสียอย่างนั้น
  จากวันแรกจนถึงวันนี้ 
  ผมก็ยังตกหลุมรักเธออยู่ซ้ำๆ
  แม้ว่าวันนี้เธอจะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าของคุณหมอควัก ยองมินไปเสียแล้ว
  “ก็ได้ผมยอมแพ้...แต่คราวหลังห้ามทำแบบนี้อีก ถ้าคราวหลังจะมาให้ส่งคนมาบอกแล้วผมจะส่งคนไปรับ”
  “ทำไมชอบทำอะไรให้ยุ่งยาก”
  “เพราะเป็นห่วงครับ”
  แก้มของเธอขึ้นสีแดงจนถึงใบหูก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง แค่ปฏิกิริยาแบบนี้ผมก็เป็นสุขใจแล้ว
  “ห่วงทำไมกันครับผมดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว”
  “คนป่วยก็มักจะบอกว่าตัวเองแข็งแรง”
  เขาตอบกลับด้วยความเงียบ ผมถึงได้รู้ว่าคุณเร็นแสนงอนกลับมาแล้ว
  “อยากทานช็อคโกแล็ตซักหน่อยไหมครับ” 
  เธอพยักหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของโปรด เธอแทบไม่ได้แตะขนมนมเนยอีกเลย ไม่ใช่เพราะเป็นของหายากหรืออะไรแต่เป็นเพราะถูกสั่งห้ามให้กินมากกว่า
  “แต่ห้ามคุณฟ้องพี่หมอเด็ดขาดนะ”
  “ไม่ฟ้องหรอกครับ ขืนฟ้องผมก็โดนเอ็ดไปด้วยสิโทษฐานชวนคุณทาน”
  “สัญญาแล้วนะครับ”
  ผมก้มมองนิ้วก้อยที่เธอชูขึ้นมาให้เกี่ยวแล้วหัวเราะเบาๆก่อนจะยกนิ้วก้อยของตัวเองเกี่ยวรัดนิ้วก้อยเล็กๆไว้
  “ปล่อยได้แล้วครับ” เธอบอกเสียงแผ่ว
  “โอ๊ะ...ขอโทษที”
  ดูเหมือนผมจะอาการแย่เองเสียแล้ว
  อยู่ดีๆก็อยากคว้าร่างนุ่มนิ่มของเธอมากอดมาฟัดให้หน่ำใจ น่าสงสัยว่าจะยังฝึกจิตใจมาไม่พอ
  “นั่งรออยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวผมไปหยิบช็อคโกแล็ตมาให้” 
  ผมบอกก่อนจะปล่อยให้เขานั่งรออยู่เพียงลำพัง ทั้งๆที่คิดว่าจะไปไม่นานแต่ก็ดันเกิดเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นจนได้
  “คุณเร็น!!!!!!!”
  เสียงตะโกนของแม่บ้านดังลั่น พร้อมกับหัวใจของผมที่แทบจะหลุดออกมา ผมรีบวิ่งกลับมาที่ที่เขานั่งอยู่ ภาพคุณเร็นล้มฟุบลงกับพื้นมีเหงื่อเม็ดโตผุดอยู่เต็มใบหน้า
  “ตามหมอมา!”
  .
  .
  ครั้งแรกที่ผมพบเด็กชายที่มีเชื้อสายญี่ปุ่นครึ่งหนึ่งอยู่ในตัว ก็ราวกับว่าเลือดภายในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน ผมรู้ตัวได้ว่าได้กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วหลังจากพบว่าคนที่ตัวเองหลงรัก
  ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงของเธอนั้น ราวกับได้ยินเสียงระฆังดังก้องอยู่ในหัวจนไม่อาจสะบัดออกจากความคิดได้ ผมอายเหลือเกินที่จะยอมรับว่าผมตกหลุมรักเด็กชายข้างบ้านเข้าแล้ว
  ทุกครั้งผมจึงปฏิเสธการพบเขา
  หากทำไม่ได้ก็จะแกล้งเมินเฉยไปเสีย
  จนวันหนึ่งที่ผมได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านของบ้านชเว
  “ช่วยด้วยคุณเร็นตกต้นไม้!!!!”
  กลับเป็นตัวผมเองที่รีบอุ้มพาเขาไปที่โรงพยาบาลเป็นคนแรก และทุกครั้งที่ได้ยินเสียงสะอื้นของคนในอ้อมแขนก็เหมือนจะทำเอาผมเจ็บปวดตามไปด้วย
  “คนดี อดทนหน่อยนะอีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว” 
  .
  .
  “ทำไมไม่บอกกันว่าอาการแย่ขนาดนี้แล้ว?” ผมพยายามถามด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด แต่ก็ยังทำให้เธอมีน้ำตาออกมาจนได้
  เพราะคุณเร็นเป็นคนที่ร้องไห้ได้น่าสงสารที่สุด
  จึงไม่มีใครอยากเห็นน้ำตาของเธอซักคน
  “ผมจะตายแล้วคุณมินฮยอน...คงไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอีกแล้ว”
  “ใครบอก หมอยังไม่ได้พูดออกมาเลยแท้ๆคุณจะตายได้อย่างไร?” ผมแกล้งถามออกไปทั้งๆที่รู้อยู่แก้ใจ
  “ไม่มีใครกล้าพูดกับผมแต่เชื่อสิ ไม่มีใครรู้ดีกว่าตัวผมเองหรอก” 
  เค้าดูอ่อนล้า ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับคนที่ดื้อหนีออกมาหาผมที่บ้าน
  “คุณแค่เหนื่อยที่มาหาผมนอนพักอีกหน่อยคงมีแรง”
  “มันไม่ได้ไกลเลยคุณมินฮยอน บ้านผมอยู่ห่างจากคุณแค่สองร้อยเมตร...แค่สองร้อยเมตรแต่คุณก็ไม่ว่างมาหาผม รู้ไหมว่าผมรอคุณตั้งนาน จนสุดท้ายผมก็ต้องมาหาคุณเอง...ทำไมใจร้ายกับผมจังครับ ใจร้ายมาตั้งแต่เด็กๆเลย”
  ผมดึงมือเธอมาจับไว้แน่นแล้วกดจูบลงบนมือเรียวผ่ายผอม “ผมขอโทษ อย่าร้องไห้นะคนดี”
  เธอบีบมือผมแน่น “ถ้าผมอยู่ได้นานกว่านี้คงจะดี ยังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ ยังไม่ได้รู้อะไรที่อยากรู้...มีตั้งหลายเรื่องที่ผิดพลาดไป”
  “คุณต้องหายสิ...ผมยัง....”
  ผมยังไม่เคยบอกรักคุณเลย
  ความรู้ผิดชอบชั่วดีทำให้ผมไม่ได้พูดคำนั้นออกไป ผมไม่มีสิทธิ์บอกรักเธอได้เพราะคนๆเดียวที่มีสิทธิ์ได้รับความรักจากเธอเห็นจะมีเพียงแต่คุณหมอควัก ยองมินเท่านั้น
  คุณเร็นเพียงยิ้มตอบกลับมา 
  เพียงเท่านี้ผมก็รู้ตัวแล้วว่าคงต้องออกไปแล้ว ปล่อยให้คนที่เธอรักและคนที่รักเธอได้ใช้เวลาร่วมกันครั้งสุดท้าย...
  ผีเสื้อน้อยกำลังจะบินหนีผมไปแล้ว
  ผมไม่มีโอกาสได้วิ่งไล่จับอีกต่อไปแล้ว
  เพราะคราวนี้ผีเสื้อได้บินจากไปตลอดกาล
 โดยที่ผมยังไม่มีโอกาสได้บอกรักเธอเลยแม้เพียงซักครั้ง
  .
  .
  ที่รัก
  ช่างน่าเสียดายที่ความรู้สึกของผมไม่ได้รับการตอบรับจากคุณ 
  แต่ผมไม่โกรธคุณเลยซักครั้ง
  เพราะหลังจากยินยอมให้คุณถือครองหัวใจของผมแล้ว ผมก็ไม่ปรารถนาจะได้มันคืนกลับมาอีก
  น่าเศร้าเหลือเกิน
  ที่ผมต้องส่งหัวใจคืนกลับไปพร้อมกับคุณ
  ความตายทำได้แค่เพียงพรากลมหายใจของคุณไปเท่านั้นแต่ไม่อาจพรากความงดงามไปจากคุณได้ 
  ใบหน้าของคุณตอนนี้ดูเหมือนแค่หลับไปเท่านั้น ราวกับว่าคุณกำลังล่องลอยอยู่ในราตรีอันยาวไกล ที่ๆความเจ็บปวด ความทรมานไม่สามารถทำอันตรายคุณได้
  ความตายทำได้เพียงแค่พรากลมหายใจ
  แต่การสูญเสียเสียคุณ...
  กลับพรากหัวใจของผมไปด้วย
  เหลือเพียงแต่ภาพคุณ
 ในความทรงจำที่ไม่มีวันลางเลือนของผม
  ตลอดไป

  
  
  


  

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม